ค่า ESR ในตัวเก็บประจุ

ค่า ESR (Equivalent Series Resistance) หรือ ค่าความต้านทานอนุกรมเทียบเท่า คือ ค่าความต้านทานภายในตัวเก็บประจุ (Capacitor) ที่เกิดขึ้นจากวัสดุตัวนำ ขาอุปกรณ์ และสารอิเล็กโทรไลต์ภายใน ซึ่งผสมผสานกันแล้วเสมือนมีตัวต้านทานตัวหนึ่งต่ออนุกรมอยู่กับตัวเก็บประจุในอุดมคติในทางอุดมคติ C จะต้องมีความต้านทานเป็นศูนย์ (0Ω) แต่ในความเป็นจริงยากมากในกระบวนการผลิต ยิ่งค่า ESR ต่ำเท่าไหร่ ยิ่งดีเท่านั้น 





  

ถ้า ESR สูง C จะร้อนจัด สารอิเล็กโทรไลต์ข้างในจะแห้งหรือเดือด จนทำให้ C บวม หรือเสื่อมสภาพอย่างรวดเร็ว,ถ้า ESR ต่ำ C จะทำงานได้เย็นกว่า และมีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น C ที่มี ESR สูง จะไม่สามารถกรองกระแสให้เรียบ (Ripple Voltage)  ทำให้แรงดันไฟเอาต์พุตมีสัญญาณรบกวน (Noise) หลุดออกไปมาก ส่งผลให้ระบบทำงานไม่เสถียร หรือเปิดไม่ติด



บ่อยครั้งที่ช่างเรา ๆ ถอด C ออกมาวัดความจุ (Capacitance Meter) แล้วพบว่า ความจุยังตรงหรือลดลงนิดเดียว แต่พอนำไปใช้งานจริงกลับใช้ไม่ได้ นั่นเป็นเพราะค่า ESR มันสูงขึ้นไปแล้วครับ (ภาษาช่างมักเรียกว่า "C แห้ง") แม้ยุคหลังๆ จะมีการแก้ไขอาการ C บวมด้วยการผลิต  C กระป๋อง (aluminum capacitor)แต่การใช้งานในวงจรที่มความถี่สูงอาจะไม่บวมให้เห็นแต่ก็ค่าความจุลด(C แห้ง)เหมือนเดิม


ตารางเปรียบเทียบค่า ESR ทั่วไป (โดยประมาณ)

ความจุ (µF)แรงดันไฟ (V)ค่า ESR ที่ปกติ (Good)ค่า ESR ที่เริ่มเสื่อม (Bad)
1 µF50Vประมาณ 2 - 5Ω> 10Ω
10 µF25Vประมาณ 1 - 2Ω> 5Ω
100 µF16Vประมาณ 0.2 - 0.5Ω> 1.5Ω
1000 µF10V/16Vน้อยกว่า 0.1Ω> 0.5Ω

💡 Tip สำหรับช่าง: เวลาเช็กตัวเก็บประจุ (โดยเฉพาะพวก C อิเล็กโทรไลต์) บางทีวัดค่าความจุ (μF) แล้วได้ตรงหรือใกล้เคียงปกติ แต่พอนำไปใช้งานจริงวงจรกลับไม่ทำงาน หรือไฟตก นั่นเป็นเพราะค่า ESR มันสูงเกินไป (C เสื่อม) การมีเครื่องมือวัด ESR (ESR Meter) จึงจำเป็นมากในการไล่วงจร






แสดงความคิดเห็น

0 ความคิดเห็น